Cover_IDXW

ความเจ๋งของ Graphic Design อยู่ตรงไหน?

บทความนี้จะพาคุณไปพบกับเหตุและผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ว่าการดีไซน์แบบไหนที่เรียกได้ว่าเจ๋งและมันเจ๋งได้อย่างใร?โลกทุกวันนี้มีงานออกแบบเกิดขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะมาในรูปแบบนิตยสาร แผ่นพับ โบรชัวร์ หรือ แพคเกจจิ้ง ต่างๆ เราต่างเคยเห็นงานออกแบบบางชิ้นที่ทำให้เรารู้สึกดีจนบางครั้งต้องอุทานออกมาว่า “เฮ๊ยโคตรเจ๋ง” แต่บางทีเราก็ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเจ๋ง

Canva Design School จึงมีบทความนึงที่จะวิเคราะห์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุลและผลที่น่าเชื่อถือได้ว่าทำไมและทำไม? งานออกแบบบางชิ้นจึงดูเจ๋งกว่าอีกชิ้นไปดูกันเลยครับ

อะไรคือความเจ๋ง( COOL )?
ความเจ๋งหรือในภาษาอังกฤษที่เรามักเรียกทับศัพท์จาก “Cool” เป็น “คูล” ซึ่งคำไทยที่ดูจะตรงความหมายที่สุดก็น่าเป็นเจ๋งนี่แหละ นั้นถูกสร้างขึ้นด้วยมุมมมองที่เรามีต่อคนหรือสิ่งของหรือเหตุการณ์บางอย่างที่โดดเด่นออกมาจากการรับรู้ปกติของเรา และส่งความรู้สึกในแง่บวกให้ความรู้สึกสร้างสรรค์และเหนือความคาดหมาย( ในปริมาณที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป)

ลองดูความแตกต่างของ 2 ดีไซน์นี้

1.-Paintbrush-Simon-Laliberte
“Poilu” by Simon Laliberte

2.-Paintbrush-Blue-Hawk-662x662
“Blue Hawk” packaging by United DSN

ดูแบบเป็นกลางๆจะเห็นว่าอันบนดูเจ๋งกว่า ทั้งๆที่อันล่างก็ดูสวยดีทั้งสีสันรูปแบบและ Font ที่ใช้ แต่ทำไม่อันบนถึงดูคูลกว่าไปได้หละ นั่นเป้นเพราะรูปแบบของอันแรกตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ได้แถมยังมีอารณ์ขันนิดๆ ในขณะที่มันก็ยังดูน่าเชื่อถืออยู่ด้วย

จึงพอเห็นเค้าลางว่าความเจ๋งจะเกิดขึ้นในรูปแบบที่ยังคงเป็นทางการ และมีบางอย่างที่เหนือกว่ามาตรฐานทางการทั่วไปอยู่ประมาณหนึ่งแต่จะไม่หลุดโลกเกินไปจนไร้สาระ

ความจริงของสิ่งเจ๋งๆคือความเป็นอิสระและถูกวางอย่างเหมาะสมอยู่เหนือความเป็นทางการเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

จากการศึกษาค้นคว้าเปรียบเทียบงานออกแบบมากมายทั้งเจ๋งและไม่เจ๋งของ Caleb Warren และ Margaret C. Campbell ยอดนักการตลาดผู้เสียสละ ทำให้เกิดเป็นข้อสรุป 4 ข้อของความเจ๋งมานำเสนอใว้ ณ ตรงนี้ ปรบมือให้พวกเขาด้วยครับ

1.เจ๋งเพราะมีคนเจ๋งๆการันตี
ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ บล็อก แมกกาซีน หรือ สถาบันใดๆก็ตามที่จะคอยนพเสนอผลงานเจ๋งๆ งานดีๆเป็นประจำวัน/เดือน/ปีต่างๆ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้งานนั้นดูเจ๋ง เวลาเราหาอะไรเจ๋งๆดูเป็นแรงบันดาลใจเราก็ต้องเข้าไปยังแหล่งรวบรวมเหล่านั้นถูกมั้ยครับ เมื่ออะไรก็ตามที่ได้รับการยอมรับมาจากผู้เชี่ยวชาญ มันย่อมต้องเจ๋งแน่ๆแล้วหละ (แม้บางทีอาจจะไม่ก็ได้  555 )

FUN

เช่นเว็บรวมผลงานสุดคูลตามหมวดหมู่ต่างๆ ลองเข้าไปดูสิครับงานดีๆเพียบเลย http://www.fromupnorth.com/

2.เจ๋งเพราะอยู่ถูกที่ถูกเวลาและถูกจริต
ลองดูการออกแบบฉลากขวดไวน์ 2 ยี่ห้อนี้ดูครับ แบบไหนที่ว่าเจ๋งกว่ากัน?

wine

อันที่จริงทั้งสองขวดล้วนถูกออกแบบจากสุดยอดนักออกแบบด้วยความปราณีตพอๆกัน มีความเหนือชั้นกว่าขวดไวน์เชยๆทั่วไปเช่นกันแต่ ถ้าถามคน 10 คน ผมเชื่อว่าคำตอบก็อาจจะแตกต่างกันอย่างแน่นอน แล้วคุณเองหละมองว่าอะไรที่เจ๋งกว่า? แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยม ,ค่านิยม, วัฒนธรรมที่คนดูเพียงคนเดียวจะตัดสินได้เป็นเรื่องที่ส่วนตัวมากๆ และมันมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ของที่เคยคูลวันนี้ แต่พอพรุ่งนี้มันอาจจะเชยที่สุดในโลกเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นมุมมองที่เปลี่ยนแปลงกับรสนิยมส่วนตัวของคุณมีผลต่อความเจ๋งของทุกๆสิ่งเสมอ

3.เจ๋งเพราะตั้งใจจะเจ๋ง
มันคือการที่ดีไซน์นั้นกล้าที่จะโดดเด่นออกมาจากดีไซน์ของหมวดหมู่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหรือสไตล์ที่แสดงออกถึงความใส่ใจ ปราณีตกับผลงานชิ้นนี้ พูดง่ายๆว่าดูออกแหละว่าเนี่ยตั้งใจทำมาไม่ได้ฟลุค

6.-Rayban-Never-Hide

ตัวอย่างเช่น Campaign Never hide ของ Rayban ที่เมื่อเทียบกับแบรนด์แว่นตาด้วยกันแล้วมันดูเจ๋งด้วยสีสันฉูดฉาดของโปสเตอร์ด้วยกราฟฟิกที่แรงและดูเท่กว่าอันอื่นๆที่มักมาในลุคดำๆขาวๆดูนิ่ง แต่ Rayban กล้าทำตัวโดดเด่นมันจึงดูเจ๋งไปโดยปริยาย

4.เจ๋งด้วยการเชื่อมโยง
คือการนำสิ่งอื่นๆที่อาจไม่เกี่ยวข้องมาทำให้เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ดูแปลกแยกจนเลอะเทอะ ทุกๆอย่างยังยืนอยู่บนกฏเกณท์แต่การผสมผสานที่ลงตัวในแบบที่ว่า “คิดได้ใงแว๊ะ” ” นี่แหละที่สร้างทางเจ๋งๆให้คนต้องทึ่งในความช่างคิดช่างทำ

7.-Bicycle-Juri-Zaech-662x446

Juri Zaech’s “Write a Bike”

จากตัวอย่างเป็นแคมเปญตั้งชื่อให้จักรยานโดยทำ Typographic เท่ๆมาเขียนเป็นเฟรมจักรยานจริงๆ แน่นอนว่าจักรยานนั้นยังเป็นจักรยานและในท้ายที่สุดก็ผลิตออกมาปั่นจริงๆได้ด้วย แต่มันก็เป็นงาน Typo เ๋ๆไปพร้อมกันด้วยนะ เจ๋งใช่มั้ยล่ะครับ

แล้วเราจะสร้างรูปแบบทั้ง 4 นี้ในงานของเราได้หรือไม่?

คำตอบคือได้สิครับ และนี่คือ 5 วิธีการเพิ่มความเจ๋งลงในการออกแบบของคุณ

1.ค้นหาช่องว่างในตลาด
คุณต้องหาให้เจอว่าตลาดที่คุณกำลังออกแบบยังขาดอะไร ยังมีรูปแบบไหนที่ไม่มีและคุณสามารถทำได้หรือแบรนด์ที่คุณทำให้จะสามารถเป็นได้โดยไม่ผิดเพี้ยนไปจากตัวตนขององค์กร

8.-Waldo-Trommler-Paints-1-662x372 9.-Waldo-Trommler-Paints-2-662x372

“Waldo Trommler Paints” by Reynolds and Reyner
นี่คือสีทาบ้าน ที่เพียงทำ Packaging ที่มีสไตล์เฉพาะตัวด้วย Font ขนาดใหญ๋จัดวางเท่ๆบนพื้นสีสดใสหลากสีสัน แม้มันจะดูสวยและเป็นแฟชั่นเหลือเกินแต่ในเรื่องของการเป็นสีทาบ้านทานู่นี่นั่นมันก็ยังคงเป็นอยู่ เป็นผลจากการหาช่องว่างที่ยังไม่มีใครทำฉวยมาเป็นของตัวเองซะก้เท่านั้น

2.ทำความเข้าใจผู้บริโภค
ในส่วนของการได้มาซึ่งข้อมูลของผู้บริโภคคงไม่กล่างถึงมาก เพราะมีเครื่องมือและข้อมูลมากมายใน Internet รวมทั้งบริษัท Research ต่างๆที่ช่วยให้เราค้นพบ Insight หรือ พฤติกรรมของผู้บริโภค แม้แต่การสังเกตุคนรอบตัวเราเองก็น่าบอกอะไรหลายอย่างได้เช่นกัน Insight ผู้บริโภคมีประโยชน์ตรงที่ เมื่อเราออกแบบอะไรก็ตามที่ทำมาเพื่อเขาเหล่านั้น มันจะโดยใจเป็นพเศษและเมื่อมันโดนใจ นั่นแหละคือความเจ๋งแล้ว

11.-Adidas-Originals-Stan-Smith-662x331
รองเท้า Adidas ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจกลุ่ม LGBT ( ชาวเกย์ในอมเริกาที่ได้พูดถึงในบทความก่อน ) ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ และพอดีกับ 50 ปีขององค์กรเกย์นี้ จึงออกแบบรองเท้าที่มีเชือกสีรุ้งอันเป็นสีสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBT ออกมาเป็นรุ่นพิเศษกับกราฟฟิกสีรุ้งๆ วึ่งแน่นอนว่าชาว LGBT กรี๊ดสลบกันแน่นอน

12.-Become-Someone-Else
อันนี้คือโปสเตอร์ที่ทำออกมาแบบที่เข้าใจคนอ่านหนังสือจริงๆ ด้วยหัวเรื่องว่า “Become Someone Else” ซึ่งหมายถึงขณะอ่านนิยายมันเหมือนเรากำลังเป็นคนอื่น โปสเตอร์เลยออกแบบให้ปกหนังสือเป็นรูปใบหน้าให้วางซ้อนทับกันพอดีขณะที่ผู้อ่านจมจ่อมกับหนังสือ

3.เป็นธรรมชาติไม่ต้องฝืน
คือการที่แบรนด์หรืองานออกแบบของเรากล้าแสดงตัวตนที่ชัดเจนแบบเป็นธรรมชาติไม่ปประดิษฐ์เกินพอดี มีความสมเหตุสมผลดูไม่ต้องพยายามเยอะหรืออีกนัยนึงคือความมั่นใจในการแสดงออก บางครั้งเราอาจจะกั๊กๆ หรือกังวลมากไปว่าถ้าทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วมันจะดูแย่ไหม หรือเราอยากดูเจ๋งเกินไป จึงทำอะไรที่มันไม่เข้ากับงานเพียงเพราะอยากดูดี

13.-Mac-vs-PC-ad

ตัวอย่างคือ Apple แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับว่าเจ๋ง ( แม้ช่วงหลังจะเจ๋งน้อยลง… แต่ก็ยังเจ๋งอยู่นะ ) ในโฆษณาชิ้นหนึ่ง Apple แสดงตัวตัวตนของตัวเองว่าเป็นคนสบายๆมี่ความเป็นมนุษย์แม้เค้ากำลังขายคอมพิวเตอร์ แต่คอมพิเตอร์ของเค้ามีความเป็นมนุษย์นะ สื่อสารกันได้แบบง่ายๆไม่ต้องกังวลเหมือนต้องคุยกับ PC ที่ดูแข็งทื่อน่าเบื่อและเป็นทางการ ในการออกแบบก็เช่นกันหากมันดูว่าเรากำลังฝืนอยู่ คนดูก็จะรู้ทันที เพราะฉะนั้นจงสบายๆแบบที่มันควรเป็นเถอะครับ

4.ตามยุคสมัย
จริงอยู่ว่าดีไซน์ที่เจ๋งจริงต้องข้ามผ่านการเวลาได้ แต่กาลเวลาเองก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าเทรนด์หรือแนวโน้มทางวัฒนธรรมกับกระแสวิถีชีวิตต่างในโลกมีผลต่อวงการออกแบบทุกยุคทุกสมัย การตามเทรนด์ให้ทันให้รู้ว่ายุคนี้เขานิยมอะไรแบบไหนจึงมีความจำเป็นมาก และคงไม่ต้องบอกอะไรกันมากคนที่ติดตามบล็อกนี่อยู่เป็นประจำน่าจะเป็นคนประเภทอัพเดทเทรนด์ใหม่อยู่แล้ว อิอิ เพราะฉะนั้นการปรับปรุงให้เข้ากับช่วงเวลาปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อความเจ๋งจะอยู่กับงานเราแบบปัจจุบัน ไม่ใช่เคยเจ๋ง!

15.-Ebay-and-Starbucks-logos-662x418

ขนาดโลโก้ของแบรนดเท่ๆทั้งสองยังต้องปรับ ทั้งที่ผ่านไปไม่กี่ปีเท่านั้นเอง เพราะยุคสมัยนี้อะไรๆก็ไปเร็วมาก ความเชยกับความเจ๋งอาจสลับด้านกันได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากเลย

5.หยิบอดีตมาทำใหม่
ต่อยอดจากข้อเมื่อกี้ที่ได้บอกไปแล้วอะไรๆมันผ่านไปเร็วขึ้น ของที่เคยเจ๋งวันนี้อาจเชยในวันหน้า ในแนวคิดเดียวกันของที่เคยเจ๋งในสมัยก่อนก็กลับมาเจ๋งในสมัยนี้ได้เช่นกันโดยเราจะสังเกตุได้จากกระแส Hipster ที่มักจะนิยมชมชอบในยุค 60-70 กราฟฟิกสมัยนั้น Typo สมัยนั้น ถูกนำกลับมาใช้ใหม่แต่กลับดูเก๋ไก๋ซะอย่างนั้น นี่ก็เป็นอีกเคล็ดลับนึงที่ช่วยเติมความคูลให้งานออกแบบคุณได้

19.-Nordik-Impact-Festival-662x437 17.-Forefathers-Group-662x327 18.-Seattle-Cider.jpg-662x321

แต่ต้องไม่เข้าใจผิดนะครับว่ามันคือการ “ย้อนยุค” ยกเอารูปแบบมาใช้ทั้งดุ้นซึ่งมันไม่ใช่ จริงๆมันคือการนำของเก่ามาเล่าใหม่ด้วยวิธีการร่วมสมัย Font หรือColor Layout ก็ยังคงอยู่ในกฏของงานสมัยใหม่เพียงแต่เราหยิบยืมรูปแบบเก่าๆ กลิ่นอายหรือความเฉพาะตัวมาเป็นองค์ประกอบเท่านั้นเอง

เอาล่ะ ก็มีเพียงเท่านี้ครับสำหรับความเจ๋งของ Graphic Design ที่อยู่แห่งหนนี้นี่เอง หวังว่าจะเกิดประโยชน์ต่อทุกคนนะครับ เพียงทำความเข้าใจรูปแบบ เข้าใจผู้คน เราก็่น่าจะรู้ตัวได้เองว่าจะเพิ่ม-ลดอะไร เพื่อให้มันเจ๋งสุดๆเลย

พร้อมแล้วก็ออกไปสร้างงานเจ๋งๆกันเถอะ!

Source : Canva Design School